เรียนอย่างไร ไม่ให้ติด F เป็นครั้งที่ สอง

Back to อัพเดตข่าวสารการศึกษา

เรียนอย่างไร ไม่ให้ติด F เป็นครั้งที่ สอง

เคยสงสัยมั้ยทำไมบางคน เกรดน้อยจริงๆ แบบ ผ่านเกณฑ์เกือบโดนไทล์นิดเดียว แต่เลี้ยงฉลองกัน สามวันสี่คืน แต่กับบางคน เกรดเกือบจะ straight A อยู่แล้ว ยังมาบอกว่าเทอมนี้เกรดแย่จัง  ผมอยากอธิบายว่าทำไม แต่ละคนแสดงออกเป็นความดีใจกับเกรดที่ออกมาได้ไม่เท่ากัน คนได้เกรดเยอะควรจะดีใจมากๆสิ ไม่ใช่หรอ แล้วจะมาบอกว่าเกรดยังน้อยอยู่ เพื่ออะไรกัน ก่อนอื่น ไม่ว่ามันจะเป็นเพราะอะไรก็ตาม ขอให้เราทำใจให้สบาย เปิดใจ เพื่อ ปรับมุมความคิดใหม่ แล้วมารู้คำตอบกันครับ เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ… เมื่อตอนที่เราเริ่มเรียนวิชานี้ เราทุกคนก็เรียนพร้อมๆกัน ลงเรียนกันคาบเดียวกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่ต่างกันคือ “แต่ละคนในคลาส คาดหวังกับวิชานั้นๆแตกต่างกัน” คำที่ผมเน้นไว้ในเครื่องหมายคำพูดนั้น คือ พลังงานขับเคลื่อนแรงสูง ครับเพราะเราคาดหวังกับวิชาเรียนเดียวกัน ด้วยผลลัพธ์ที่ไม่เท่ากัน นาย หนึ่ง อยากได้เกรด A ในวิชานี้ เพราะคิดว่า วิชานี้เค้าชอบ เค้าหลงไหล เค้าถนัด เค้าจึงคาดหวังสูง นาย สอง อยากได้เกรด อะไรก็ได้ ขอให้ผ่านวิชานี้ เพราะเค้าไม่ได้เน้นวิชาใดเป็นหลัก จุดมุ่งหมายคือผ่าน นั่นก็คือมีเกรดในใจเป็น C จนถึง D

รับสอนพิเศษตามบ้าน เรียนพิเศษตัวต่อตัว

เด็กชานเมือง เด็กต่างจังหวัด มีโอกาสสอบติดน้อยกว่าเด็กเมืองกรุงจริงหรอ? หรือเป็นแค่ข้ออ้างปลอบใจตัวเอง?

ปัจจุบันสถาบันครูพี่แอนปรับหลักสูตรออนไลน์ให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยการสอนแบบตอบโต้ได้ทันที เข้าใจ100% เหมือนมีติวเตอร์มานั่งสอนข้างๆ สำหรับน้องๆที่เบื่อเดินทางเบื่อรถติดโดยเฉพาะ

อยู่บ้านก็เรียนได้ เห็นผลจริง ถ้าเลือกสถาบันครูพี่แอน – เปิดสอนทุกวิชาทุกระดับ ติวสอบเข้า เสริมเกรด ทั้งภาคไทยและอินเตอร์

โทร 090-413-4647

ไลน์ @chula_tutor มี @ หรือคลิก http://line.me/ti/p/@chula_tutor

 

ตัดภาพมาในวันที่เกรดออกครับ.. นายหนึ่ง ด้วยความที่อยากได้เกรด A ในวิชานี้ เค้าทุ่มเทมาทั้งเทอม ใช้ทุกทักษะที่เค้ามีกับวิชานี้ ปรากฏว่าเค้าได้ B+ ในวิชา แน่นอนเค้าย่อมไม่สามารถดีใจได้เต็มที่ครับ ก็เค้าไม่ได้หวัง B แต่เค้าหวัง A นายสอง ขอให้ผ่านวิชานี้ ทั้งเทอมก็เลยเรียนบ้างไม่เรียนบ้าง กะว่าคะแนนถึงจุดที่จะผ่านเกณฑ์แล้ว ก็เริ่มไม่สนใจแล้ว เกรดออกมาเหมือนฟ้าบรรดาล เค้าได้ C อย่างที่ตั้งใจไว้ นายสองจึงดีใจเหมือนกับเค้าเรียนจบแล้ว

นี่เป็นตัวอย่างว่าทำไมเราได้เกรดต่างกัน แล้วเรายังดีใจไม่เท่ากันความลับมันอยู่ที่   เรากำหนดเป้าหมายของเราสูงต่ำมากน้อยแค่ไหน 
บางคนมาเรียนเพื่อ ความอยู่รอด แต่บางคนมาเรียนเพื่อ ความเป็นเลิศผลลัพธ์ของความตั้งใจแต่ละแบบจึงต่างกันออกไป 
การที่เราติด F หรือไม่ได้เกรด อย่างที่เราหวังไว้ มันเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่หลักๆผมขออธิบายดังนี้ 

เราตั้งความหวังของเรา ต่ำเกินไป
สมาธิ การจดจ่อกับสิ่งที่เราตั้งไว้ น้อยเกินไป
วิธีคิดที่เราจะพิชิต เกรด หรือคะแนนที่เราตั้งเอาไว้ เป็นวิธีคิดที่ไม่ถูกทาง
แค่นี้เองครับ
เรามาแยกแยะบทเรียนของการติด F ก่อน ว่ามันเกิดจากอะไร มันเกิดขึ้นได้ยังไง กฏมาตราฐาน ของการให้เกรด น้อยกว่า50 ได้เกรด F อันนี้ทุกคนน่าจะรู้อยู่แล้ว งั้นขอข้ามเลยละกัน

 เราตั้งใจกับวิชานี้น้อยเกินไป หมายความว่า เรากำหนดผลลัพธ์ ต่ำเกินไป
  เคยได้ยินมั้ยครับ ฝันถึงดวงจันทร์ ถ้าไปไม่ถึง อย่าน้อยก็อยู่ท่ามกลางดวงดาวตรงนี้เอง เราเรียกมันว่า margin safety ถ้าเราคิดจะกู้ซื้อบ้าน 2 ล้านบาทจากธนาคารเราควรยื่นกู้กับธนาคารที่ 2.3 ล้านบาท หรืออะไรทำนองนี้ เพราะการกู้จะได้เงินไม่เต็ม 100% แต่ถ้าเรากู้เผื่อไว้ ถึงจะไม่เต็ม100% เราก็ยังซื้อบ้านหลังละ 2 ล้านบาทได้เหมือนเดิมง่ายมั้ยครับ…  มันเหมือนกับการเรียนนั่นแหละครับ เราตั้งใจไว้ว่า อยากได้ C แต่เราต้อง พยายาม เรียน เขียน อ่าน ให้เสมอเหมือน กับคนที่อยากได้ B หรือ B+ เพราะถ้าเราไม่ได้ B จริง เราก็อาจจะได้ C อย่างที่เราตั้งใจไว้แต่แรกเริ่มเดิมทีข้อนี่เองครับที่ทำให้เราต่างกันมาก ทั้งๆที่เราเรียนมาพร้อมๆกับเพื่อน 

2.  สมาธิ การจดจ่อกับวิชาที่เรียน น้อยเกินไป  หลายคนคิดแล้วนะครับ ว่าอยากจะได้เกรดอะไร วิชาอะไร ในเทอมถัดไป วางแผนอย่างดิบดีเลยปรากฎว่า ทำไม่สำเร็จ เพราะมัวแต่ทำอย่างอื่น จัดการเวลาไม่ได้ ไม่รู้จักแบ่งความสำคัญ  เรียนๆอยู่ เพื่อนทักเฟสบุคมา ก็ก้มลงไปตอบแป๊บเดียวเอง เงยหน้าขึ้นมา อ้าว ไปถึงไหนแล้วไม่รู้ ไม่เป็นไร เดี๋ยวกลับไปอ่านอีกรอบตอนถึงห้องละกัน พอถึงห้อง เพื่อนชวนไปกินข้าว เดินตลาดนัดคลองถม ลืม ที่ว่าจะกลับมาอ่านนึกขึ้นได้อีกที ตอนกำลังจะเริ่มเรียนคาบถัดมา กลายเป็นเรียนไม่ทัน สองคาบเลย  เพราะ อันเก่าก็ยังไม่เข้าใจ อันใหม่ก็เป็นอันที่ต่อจากอันเก่า อะไรจะมาประเดประดังขนาดนี้ สรุป คาบนี้ก็เล่นเฟสบุคไป จนจบคาบ กลับห้อง นึกขึ้นได้ กลับไปทบทวน ไม่ทันแล้ว มันงงไปหมด มันไม่เข้าใจ เพราะพื้นฐานมันมาไม่แน่น มันเลยไปต่อไม่ได้ ทางออกของเรื่องแบบนี้มีอยู่ สองแบบด้วยกันครับ วิธีแรก ป้องกัน กันไว้ดีกว่าแก้ครับ เราไม่พยายามเอาอะไรที่จำให้สมาธิเราหลุด เข้าไปเรียนด้วยเลย หรือง่ายๆก็คือ ไม่ตอบสนองอะไรเลย นอกจากวิชาที่กำลังเรียน อันนี้เคยเจอมากับตัวจากเด็กที่ได้เกียรตินิยม มันเจ็บจี๊ดด ถึงเพื่อนจะทักมา เป็นความต้องการด่วน หรือ Gossip เรื่องสุดลับ ระหว่างเรียน แต่ยังไงถึงเรายังไม่ตอบทันที เพื่อนก็ยังเข้าใจ ว่าเรากำลังเรียนอยู่ เพราะฉนั้น อย่าเพิ่งสนใจมันก็ได้ ให้ตอนเลิกเรียน ไปกินข้าวแล้วค่อยคุยกัน สนุกกว่าอีก

วิธีที่สอง การแก้ไข สี่เท้ายังรู้พลาด ถ้าเราหลุดไปกับอะไรบางอย่าง แล้วกำลังจะตามเพื่อนไม่ทัน ให้เราเบรคคลาสทันที ไม่ต้องเกรงใจครับ มันเป็นข้อดีครับ คือพอเราไม่ตั้งใจเรียนแล้วเรียนไม่ทัน แล้วยกมือขอให้อาจารย์อธิบายใหม่ อาจารย์ก็ด่าเราและอธิบายให้ฟังอีกรอบ แต่เพื่อนๆก็จะมารุมด่าเราครับ  ทีนี้เราจะจำแม่นเลยครับว่า พอสมาธิหลุด เราจะโดนด่า ร่างกายจะตอบสนองอัตโนมัติว่า ให้เลิกสนใจเรื่องที่ไม่ใชาเรื่องเรียน เพราะเดี๋ยวโดนเพื่อนด่า และบางทีเราอาจจะได้เป็นโลโก้ของวิชานี้ ว่าถ้าไม่รู้เรื่องวิชานี้ มาถามเราได้ เพราะเราโดนด่ากลางห้องมาแล้ว เป็นข้อดีซะอีก เราจะได้ทบทวนเรื่องที่เราสนใจในแง่มุมของคนอื่นด้วย

รับสอนพิเศษตามบ้าน เรียนพิเศษตัวต่อตัว

เมื่อต้องเลือกเรียนแบบส่วนตัว ความน่าเชื่อถือต้องมาก่อน! สถาบันครูพี่แอนจึงได้รับความไว้วางใจจากผู้ปกครองมากที่สุด เพราะมีที่ตั้งสถาบันจริง เปิดมากว่า 8 ปี

มีรีวิวจากนักเรียนหลายพันคน เลือกเรียนส่วนตัว ทุกวิชา นัดนอกสถานที่-ตามบ้าน สอบถาม

โทร 090-413-4647

ไลน์ @chula_tutor หรือ คลิก http://line.me/ti/p/@chula_tutor

3. วิธีคิดที่เราอยากได้เกรดที่สวย เราคิดไม่ถูกวิธีครับ ข้อนี้เป็นข้อสำคัญ  ถ้าเราบอกว่าเราอยากได้เกรด A ในวิชาไหนแล้ว เราต้องรู้ก่อนว่า เกรด A เกิดจากอะไร… เกรด A เกิดจากคะแนนเก็บตั้งแต่ 80 คะแนนขึ้นไป… ครับ มีแค่นี้ครับ คะแนนและเกรดที่เราต้องรู้สำหรับวิชานี้มีแค่นี้คะแนนและเกรดอื่นๆ เราไม่ต้องรู้ก็ได้ครับ เพราะมันไม่ได้ใช้  และเราก็มาคิดกันต่อว่า ทำยังไงจะได้ 80 คะแนน จาก 100 คะแนน เราก็ต้องรู้อีกว่า คะแนนมันมาจากส่วนไหนบ้าง เรามีโอกาสพลาดได้แค่ 20 คะแนน แต่เทคนิคของผม ขอให้เราบวก margin of safety เข้าไปอีก 15%  จากคะแนนที่เราหวังไว้ 80 คะแนน + (15%)  = (80) * 1.15 = 92 คะแนน “พระจันทร์ของเราอยู่ที่ 92 คะแนน ถ้าเราไปไม่ถึง เราจะอยู่ท่ามกลางดวงดาวที่ มากกว่า 80คะแนน ” คิดประโยคนี้ ครั้งเดียว แล้วจำใหม่ ว่า  วิชานี้เราต้องทำให้ได้ 92 คะแนน พลาดได้แค่ 8 คะแนน เรามาดูต่อว่าเราจะได้ 92 คะแนนมาได้ยังไง…  นโปเลี่ยนบอกว่า ให้แบ่งเป้าหมายออกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วกินมันทีละคำ ทุกวัน เราต้องได้ 92% แสดงว่าเราต้องอ่านหนังสือ ให้เข้าใจกี่เรื่อง เรียนให้เข้าใจแบบลึกซึ้ง กี่เรื่องกลับห้องเราต้องอ่านหนังสือกี่ชั่วโมง ต้องทำแบบฝึก ตัวอย่าง กี่ข้อ ต้องออกไปสอนเพื่อนกี่ชั่วโมง สอนเพื่อนกี่รอบ เรื่องพวกนี้เราแอบสังเกตุจากคนที่เค้าได้เกรดสวยๆในวิชาอื่นๆ หรือเทอมก่อนๆได้แต่ทั้งหมด เราต้องวางแผนเอาไว้ตั้งแต่ก่อนเปิดเทอม หรือวางแผนให้จบในคาบเรียนแรก ทำมันอย่างงั้นทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน โดยลืมเรื่องอยากได้ A ไปเลย คิดแค่ว่า ต้องได้ 92 คะแนน (สำคัญ ห้ามคิดว่า พลาดได้ 8 คะแนน แต่ควรคิดว่า ต้องได้ 92 คะแนน สองคำนี้ แรงดึงดูดต่างกัน)
แค่ปรับได้ 3 ข้อนี้ คุณก็จะไม่มีทางที่จะติด F เป็นครั้งที่ 2 ในวิชาเดิม หรือ ไม่ติด F วิชาอื่นๆ อีกต่อไปเลยก็ได้
หลายคนสงสัยว่า ทำไมมันน้อยจัง ทำ 3 ข้อนี้แล้วจะเรียนจบได้แบบชิวๆเลยหรอ ทำไมเห็นรุ่นพี่ที่สำเร็จแล้ว เค้ามาแชร์อะไรเยอะแยะไปหมด ขอตอบคำถามนี้ด้วย กฏ 80:20 หรือที่รู้จักกันว่า pareto ครับ  สามข้อที่ผมแนะนำ มันคือ 20% ของเทคนิคทั้งหมด ที่ให้ผลลัพธ์สูงถึง 80%ถ้าสนใจเรื่องนี้ไปหาอ่านต่อกันได้คำ ใช้คำค้นหาหลักว่า “Pareto principle”
ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จกับสิ่งที่ตั้งใจไว้ครับ…

ขอบคุณข้อมุล http://www.unigang.com/Article/23091

Facebook Comments

Share this post

Back to อัพเดตข่าวสารการศึกษา