เรียนต่อแพทย์ ที่เยอรมนี ต้องทำอย่างไร? เลือกเรียนสถาบันไหนดี? | ทุนการศึกษานักศึกษาไทย

Back to อัพเดตข่าวสารการศึกษา

เรียนต่อแพทย์ ที่เยอรมนี ต้องทำอย่างไร? เลือกเรียนสถาบันไหนดี? | ทุนการศึกษานักศึกษาไทย

เรียนต่อแพทย์ ที่เยอรมนี ต้องทำอย่างไร? เลือกเรียนสถาบันไหนดี? | ทุนการศึกษานักศึกษาไทย


สำหรับการสอบเข้าศึกษาต่อด้านการแพทย์ในประเทศเยอรมนี ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย เพราะมีการสอบแข่งขันที่ค่อนข้างสูงมากเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นคณะแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ สัตวแพทย์ และทันตแพทย์ เป็นคณะยอดนิยมที่มีผู้สมัครเข้าสอบแข่งขันเป็นจำนวนมาก ซึ่งในแต่ละปีสถาบันการศึกษาก็จะมีการกำหนดจำนวนนักศึกษาที่ต้องการแตกต่างกันไปในแต่ละปี
เรียนต่อแพทย์ ที่เยอรมนี ทำอย่างไร?
แต่ก่อนที่น้อง ๆ จะสมัครเข้าเรียนต่อด้านการแพทย์ที่ประเทศเยอรมนี น้อง ๆ จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับภาษาเยอรมันในระดับที่ดีมาก เพราะการเรียนการสอนนั้นจะใช้ภาษาเยอรมันในการเรียนเกือบทุกวิชา แต่ถ้าหากน้อง ๆ ยังเก่งในเรื่องของภาษาก็ต้องเข้าเรียน Studienkolleg (เตรียมมหาวิทยาลัย) ก่อนอย่างน้อย 1 ปี เพื่อเป็นการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้าเรียนจริงในระดับมหาวิทยาลัย

ขั้นตอนการสมัครเข้าเรียนแพทย์
ขั้นตอนแรกน้อง ๆ จะต้องผ่านการทดสอบจาก Stiftung für Hochschulzulassung (คลิกดูรายละเอียด) เสียก่อน จึงจะสามารถผ่านไปยังขั้นตอนต่อไปได้ และในขั้นตอนต่อมาก็คือการสมัครเข้าศึกษาต่อ โดยในบางมหาวิทยาลัยอาจจะให้นักศึกษาสมัครเรียนผ่าน Application Services for International University Applications (ซึ่งเป็นบริการสมัครเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยนานาชาติ) หรือ uni-assist หรือสมัครเข้าเรียนกับทางมหาวิทยาลัยโดยตรง
แต่ในกรณีที่ผู้สมัครสามารถสอบชิงทุนการศึกษา DAAD จากประเทศของตนเองได้นั้น ก็จะมีขั้นตอนในสมัครที่แตกต่างออกไป ซึ่งน้อง ๆ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์ : คลิกที่นี่ หรือจะเข้าไปที่ DAAD ประเทศไทย : คลิกที่นี่
เกณฑ์การคัดเลือกนักศึกษา
เกณฑ์ที่ใช้ในการคัดเลือกนักศึกษาส่วนใหญ่แล้วจะขึ้นอยู่กับผลการเรียน และผลงานใน CV รวมไปถึงแรงบันดาลใจ เป้าหมายในอนาคตของผู้สมัคร โดยที่คะแนนการพิจารณาทั้งหมดจะต้องผ่านเกณฑ์การทดสอบ Standard Assessment Test for Students of Medicine (TMS) ด้วย
สำหรับนักศึกษาต่างชาตินั้นจะต้องมีคุณสมบัติที่ครบถ้วนตามที่ได้กำหนดเอาไว้ใน hochschulzugangsberechtigung (HZB) ซึ่งเป็นคุณสมบัติในการเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาของประเทศเยอรมนี
ทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษา
1. นักศึกษาจากประเทศเยอรมนีและฝั่งยุโรป ที่ต้องการเข้าศึกษาต่อด้านการแพทย์จะมีทุน Bundesausbildungsförderungsgesetz (Federal Student Financial Aid Program or BAföG) สนับสนุนการศึกษาให้
2. นักศึกษาไทย ที่ต้องการสมัครเข้าเรียน สามารถเข้าไปดูรายละเอียดทุนการศึกษาได้ที่ FB : DAAD Thailand หรือที่เว็บไซต์ : www.daad.or.th
มหาวิทยาลัยที่เปิดสอน
มหาวิทยาลัยทีเปิดสอนด้านการแพทย์ (คณะแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ สัตวแพทย์ และทันตแพทย์) มีอยู่มากกว่า 35 แห่งทั้งประเทศ สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังมองหามหาวิทยาลัยด้านการแพทย์อยู่นั้น แคมปัส-สตาร์ ก็มี 6 มหาวิทยาลัยที่มีระบบการเรียนการสอนที่ดีเยี่ยมและเป็นมหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆ ของเยอรมนีมาฝากกันด้วย เผื่อน้อง ๆ จะเอาไปเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการสมัคร
1. Heidelberg University
มหาวิทยาลัยแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1386 เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุกในประเทศเยอรมนี มีหลักสูตรที่เปิดสอนมากกว่า 100 สาขาวิชา ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึงระดับที่สูงกว่าปริญญา ซึ่งสถาบันการศึกษาแห่งนี้เป็นที่รู้จักในนามของ Harvard of German Medical Schools ซึ่งถือได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยด้านการแพทย์ที่มีการแข่งขันสอบเข้าเรียนของนักศึกษาสูงที่สุดในแต่ละปี
2. Charité – Universitätsmedizin
เป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในแถบยุโรปและเก่าแก่ที่สุดในกรุงเบอร์ลิน ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือของ Humboldt Universität และ Freie Universität นอกจากนี้สถาบันแห่งนี้ยังเป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาด้านการแพทย์ที่มีการวิจัยมากที่สุดในประเทศเยอรมนี อีกด้วย
3. Universität Witten/Herdecke
เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีความเก่าแก่มากที่สุดในประเทศเยอรมนี สำหรับน้อง ๆ ที่ต้องการเข้าศึกษาต่อที่นี่อาจจะต้องเตรียมตัวในเรื่องของค่าเล่าเรียนหรือค่าเทอมที่ต้องจ่ายแพงกว่ามหาวิทยาลัยของรัฐบาล
4. Universitätsklinikum Tübingen
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1477 เป็นมหาวิทยาลัยอีกหนึ่งแห่งของเยอรมนีที่มีอายุมากที่สุด ทั้งนี้มหาวิทยาลัยแห่งนี้มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากจากการบัณฑิตของมหาวิทยาลัยได้รับรางวัลโนเบลในด้านการแพทย์เป็นจำนวนมาก จึงทำให้การเรียนด้านการแพทย์ของที่นี่ได้รับความสนใจและยอมรับจากผู้สมัครเป็นจำนวนมาก
5. Universität Freiburg
มหาวิทยาลัยแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1457 โดยราชวงศ์ฮับสบูร์ก ซึ่งถือว่า Universität Freiburg เป็นมหาวิทยาลัยแห่งที่สองในออสเตรีย-ฮับสบูร์ก และเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความเก่าแก่เป็นอันดับที่ 5 ของเยอรมนี สำหรับนักศึกษาของที่นี่เป็นนักศึกษาที่หลากหลายจากหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก และมีบุคลากรทางการแพทย์ที่จบออกไปเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์กว่า 10,000 คนเลยทีเดียว
6. Universität zu Lübeck
เป็นอีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่มีความโดดเด่นในการงานด้านการวิจัยทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นผลงานการวิจัยด้านการต่อสู้กับโรคติดเชื้อและการอักเสบ โรคเกี่ยวกับสมอง ตลอดจนเทคโนโลยีชีวการแพทย์ ฯลฯ

Facebook Comments

Share this post

Back to อัพเดตข่าวสารการศึกษา