สูตรเด็ด!! เก็บแต้ม GAT Eng ให้เต็ม 150

Back to อัพเดตข่าวสารการศึกษา

สูตรเด็ด!! เก็บแต้ม GAT Eng ให้เต็ม 150

เริ่มต้นที่ Reading จะมีคะแนนถึง 30% เคล็ดลับอยู่ที่ อ่านคำถามก่อน แล้วค่อยกลับไปอ่าน Passage เน้นการฝึกทำโจทย์เยอะๆ เพราะสนามจริงต้องทำให้เร็วและต้องทำให้ทัน แล้วก็ทำให้ถูกด้วย โจทย์ที่น้องๆ กลัวกันมาก คือ การถาม Main Idea หรือการตั้งชื่อเรื่อง ถ้าทำไม่ทันจริงๆ ให้สังเกตประโยคแรกและประโยคสุดท้ายของย่อหน้าแรกกับย่อหน้าสุดท้าย เพราะเป็นหลักการใส่ Main Idea ใน Essay เรียกว่า Thesis statement นั่นเองค่ะ



       ต่อมาคือพาร์ท Conversation หรือบทสนทนา น้องๆ ควรเตรียมเรื่อง Idiom  หรือ สำนวนและ Phrasal verb หรือ  Verb ที่มาคู่กับ Prepositionแล้วมีความหมายพิเศษ 


       สุดท้ายคือ Vocabulary หรือ คำศัพท์ อันนี้ ออกล้านเปอร์เซนต์ คือ ออกทั้งโต้งๆ และออกปนอยู่ในพาร์ท Reading ด้วย อย่างพาร์ทคำศัพท์โดยตรงก็จะมี

        – Odd one out ให้เลือกคำที่ไม่เข้าพวก หรือจะเรียกว่า One doesn’t belong
          จะวัดความรู้เรื่อง Synonym คำที่มีความหมายเหมือนกัน  อันนี้ได้คะแนน
          ได้คะแนนง่ายๆ ที่ข้อละ 1.5 คะแนน ไม่ควรพลาดเลย


        –  Meaning Recognition อันนี้ก็จะวัดคำที่ 1 คำมีหลายความหมาย โดยให้
           ประโยคตัวอย่างมา แล้วถามว่า คำที่ขีดเส้นใต้ไว้นี้ความหมายตรงกับคำนี้
           ที่อยู่ในประโยคไหน เช่น คำว่า Fair อาจจะแปลว่า สวย ปานกลาง ค่อนข้างจะ
           ยุติธรรม หรือ งานวัดก็ได้ ซึ่งส่วนนี้ก็จะช่วยได้ด้วยการใช้นิทาน อย่างคำนี้
           ก็จะแต่งว่า ผู้หญิงสวย ปานกลาง ค่อนข้างจะ ยุติธรรม ไป งานวัด
           แต่น้องๆ ต้องเข้าใจด้วยว่า ค่อนข้างจะนิยมใช้เป็นรูป adv. คือ fairly ค่ะ

          – Meaning in Context อันนี้คะแนนเยอะมาก ถึง 3.5 คะแนนต่อข้อ เพราะวัด
           การใช้ ส่วนใหญ่โจทย์จะให้มา 2 ช่องว่าง ให้เลือกคำมาเติม ทริคง่ายๆ
           ได้คะแนนเร็วๆ คือ ดูช่องว่างแรกแล้วลองหาคำตอบให้ช่องว่างแรก เลย
           ไม่ต้องดูทีละ 2 ช่อง จะตัดช้อยส์ไปได้มาก ทำให้ทำได้เร็วมาก ไม่ต้อง
           เสียเวลาดูหลายข้อ 

       ทำมาทั้งหมดแค่นี้น้องๆ มีติดมือไว้แล้ว 75% ส่วนที่เหลืออีก 25% จะเป็นการวัดเรื่อง Grammar & Structure ซึ่งบอกได้เลยว่าเป็นเรื่องที่เด็กส่วนใหญ่ทั้งสายวิทย์ และสายศิลป์ไม่ถนัดเลย ดังนั้นถ้าน้องเก็บตรงนี้ได้เพิ่มจะเป็นตัวตัดคู่แข่งได้มาก

       แกรมม่ามีเรื่องเยอะมาก แต่เน้นแค่ 5 เรื่อง เพื่อโกยคะแนนให้ได้มากที่สุดภายใต้เวลาอันน้อยนิด มีอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ


       1. โครงสร้างประโยค ส่วนใหญ่วัดเรื่องประโยคหลักประโยครอง ถ้าประโยคหน้า
           เป็นส่วนหลักประโยคหลังต้องเป็นส่วนรอง (เป็นส่วนขยาย) ถ้าข้างหน้าเป็นส่วน
           รองข้างหลังก็เป็นส่วนหลักสลับกันแบบนี้ โดยประโยคที่มีคำเชื่อมนำนั้นจะเป็น
           ประโยครอง ถ้าไม่มีคำเชื่อม ส่วนรองหรือส่วนขยายมักจะเป็น Participle ส่วน
           ประโยคหลักจะต้องมี Subject + Verb แท้ เสมอ

        2. Verb ส่วนใหญ่ถ้าเป็น V.แท้ คือ V.ที่มีการผันตามประธานและเวลา จะวัด
            เรื่อง Tense ซึ่งมักจะออก Present Perfect Tense หรือไม่ก็ Tenseคู่ในอดีต
            เช่น
                  – เหตุการณ์ดำเนินอยู่แล้วมีเหตุการณ์มาแทรก เหตุการณ์ดำเนินอยู่
                    ใช้ Past continuous เหตุการณ์ที่เข้ามาแทรก ใช้ Past simple  

                  – เหตุการณ์เกิดก่อนเกิดหลัง เหตุการณ์เกิดก่อนใช้ Past perfect
                    เหตุการณ์เกิดหลังใช้ Past simple

                  – เหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกันในอดีตทั้งคู่ใช้ Past continuous ทั้งคู่ค่ะ
                  – Future tense คู่ Future tense ไม่ได้หลัง Future tense ต้องเป็น
                    Present tense ในประโยคหลักต้องเป็น Future tenseเท่านั้น ใน
                    ประโยคย่อยจะเป็น Present tense เสมอ

        3. Connector คือคำเชื่อมต่างๆ ส่วนใหญ่ข้อสอบมักจะวัดว่า หลังคำเชื่อมนี้
            จะตามมาด้วย Clause คือประโยคย่อย หรือตามด้วยคำนาม หรือคำที่ทำหน้าที่
            เสมือนคำนามอย่าง Gerund สังเกตง่ายๆ อย่าง Connector ที่ตามด้วย
            Preposition หรือ บุพบท เช่นมี of มี to ตามมา อย่าง because of ก็มักจะ
            ตามด้วยนามเสมอ แต่ถ้า because เฉยๆ จะตามด้วย clause เป็นต้น

        4. Word Choice ซึ่งจะออกในส่วนของ error เป็นการออกศัพท์เลือกใช้คำ
            เช่น do – make ต่างกันอย่างไร , like – alike ใช้แบบไหนบ้าง เวลาทำข้อสอบ
            ถ้า check แกรมม่าถูกแสดงว่าผิดที่คำศัพท์แน่นอน

        5. Word Building (การสร้างคำ) หน้าที่ของคำแทรก ต้องรู้ Part of Speech
            มีอะไรบ้าง แต่ละตัวทำหน้าที่อะไรบ้างและอยู่ตำแหน่งใดในประโยค

Cr.www.dek-d.com

 

Facebook Comments

Share this post

Back to อัพเดตข่าวสารการศึกษา