คะแนน SAT คืออะไร? สอบที่ไหน? ใช้ทำอะไร?

Back to อัพเดตข่าวสารการศึกษา

คะแนน SAT คืออะไร? สอบที่ไหน? ใช้ทำอะไร?


© เนื้อหาข่าว/กระทู้

SAT

**คะแนน SAT  ที่พูดถึงในบทความนี้ คือคะแนน SAT Scholastic Aptitude Test หรือ SAT Scholastic Assessment Test ที่เป็นของ CollegeBoard (หน่วยงานที่อเมริกา) เท่านั้น

ส่วน  SAT อื่น ๆ ที่ออกโดยมหาวิทยาลัยในไทยหรือมีชื่อคล้าย ๆ กัน จะไม่เกี่ยวกับเนื้อหาในบทความนี้***

Why : SAT สอบไปทำไม?

คะแนน SAT เอาไว้ยื่นเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในอเมริการะดับชั้น ป.ตรี หรือ มหาวิทยาลัยในไทยและทั่วโลก ระดับชั้น ป.ตรีหลักสูตรอินเตอร์ บางสาขาวิชาเอาแต่ TOEFL บางคณะเอา SAT+TOEFL ต้องดูเป็นรายละเอียดในแต่ละสาขาวิชาไป บางสาขาวิชา สาขาวิชาเดียวกัน แต่คนละมหาลัย ก็เอาคะแนน TOEFL , SAT สูงต่ำต่างกัน แล้วแต่ Policy ของคณะนั้น ๆ ในอนาคต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เปิดภาคป.ตรีอินเตอร์ ก็อาจจะมีการใช้ SAT ในการสมัครเช่นกัน

 

What : SAT หลัก ๆ มี 2 ชนิด คือ SAT I และ SAT II(Subject Test)

SAT I : มี 3 Part

Part ที่ 1/3 Critical Reading มี Reading passages และ Sentence Completion คะแนนเต็ม 800

Part ที่ 2/3 writing Section มี ให้เขียน Short Essay และ Multiple-Choice questions on identifying errors และ improving grammar and usage. คะแนนเต็ม 800

Part ที่ 3/3 Mathematics จะเป็นโจทย์เกี่ยวกับ arithmetic operations, algebra, geometry, statistics and probability. คะแนนเต็ม 800

SAT II : จะเป็นการสอบวิชาเฉพาะ ที่อยู่ในหมวดวิชา ภาษาอังกฤษ, ประวัติศาสตร์, คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์, ภาษาต่างประเทศ บางคณะก็เอา SAT II บางคณะก็ไม่เอา SATII เช่น บางคณะในชั้นป.ตรี อินเตอร์แห่งหนึ่งของไทย ที่มีการแข่งขันสูง จะเอาทั้ง TOEFL, SAT, SAT II (เลข), SATII (ฟิสิกส์) เป็นต้นซึ่ง SAT II จะมีสาขาวิชาต่าง ๆ ในการสอบ เช่น Literature, Math level1, Math level2, Biology, Chemistry, Physics, French, German, Spanish เป็นต้น

Where :

SAT สมัครได้ที่ www.collegeboard.org/ โดยการจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต หรือ โทรศัพท์

สนามสอบ SAT มีทั่วประเทศไทย ส่วนที่เชียงใหม่ จะจัดสอบตามโรงเรียนนานาชาติทั่วเชียงใหม่ ประมาณ 2-3 แห่ง

When :

SAT จะจัดสอบในไทยปีละไม่กี่ครั้ง ส่วนใหญ่จะจัดสอบในช่วงเดือน ตุลาคม, พฤศจิกายน, ธันวาคม, มกราคม, พฤษภาคม และ มิถุนายน (สอบวันเดียวกันทั่วโลก) ซึ่งใครจะสมัคร ขอให้สมัครสอบก่อน 1-3 เดือนล่วงหน้า เพราะรอบสอบ เต็มไวมาก สอบที่เชียงใหม่ หรือ ที่กรุงเทพ จัดสอบวันเดียวกัน ทั่วประเทศ ทั่วโลก

เพิ่มเติม: รายละเอียดค่าสอบ SAT (พิมพ์เมื่อ มีนาคม 2013)

ค่าสอบ SAT I >> 50$

ค่าสอบ SAT II

>> วิชาแรก 23$ (Test ที่ไม่มี Listening Test)

>> วิชาต่อไป บวกอีก 12$ ไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าวิชาต่อไป เป็น test ที่ต้องมี listening part จะต้องจ่าย 23$ ไม่ใช่ 12$

ค่าสอบ SAT อื่น ๆ

สมัครผ่านโทรศัพท์ >> จ่ายเพิ่ม 15$

เปลี่ยนศูนย์สอบ, เปลี่ยนวันสอบ >> 26$

ลงทะเบียนในรอบ Late Registration >> จ่ายเพิ่ม 27$

Waiting Fee (รอบสอบเต็ม แล้วไปรอหน้าห้องสอบ ถ้าไม่มีคนมาสอบ เราจะได้สิทธิ์สอบ) >> ถ้าได้สิทธิ์สอบในวันนั้น ต้องจ่ายเพิ่ม 44$

Facebook Comments

Share this post

Back to อัพเดตข่าวสารการศึกษา